กระเบื้องห้องน้ำ: เลือกยังไงให้จบปัญหาลื่นและร้าว
from ตลาดเฮ้าส์
ปัญหาคลาสสิกของห้องน้ำที่หลายคนเจอคือพื้นลื่นง่าย หรือกระเบื้องร้าวเร็วกว่าที่คิด ทั้งหมดนี้มักมีจุดเริ่มต้นมาจากการเลือกกระเบื้องที่มองข้ามรายละเอียดสำคัญไป ซึ่งถ้าเราเข้าใจหลักการง่ายๆ เหล่านี้ การเลือกกระเบื้องห้องน้ำครั้งหน้าก็จะง่ายขึ้นเยอะเลย
1. ความปลอดภัยต้องมาก่อน: ค่า R สำคัญกว่าที่คิด
ค่า R หรือ Slip Resistance (ค่ากันความลื่น) คือตัวเลขที่บอกว่ากระเบื้องนั้นมีความฝืดแค่ไหน ยิ่งค่า R สูง ยิ่งกันลื่นได้ดี ห้องน้ำเป็นพื้นที่เปียกชื้นตลอดเวลา การเลือกกระเบื้องที่มีค่า R ต่ำกว่ามาตรฐานอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
– R9: เหมาะสำหรับพื้นที่แห้ง เช่น ห้องรับแขก หรือห้องนอน
– R10: ใช้ได้กับห้องน้ำส่วนแห้ง หรือห้องครัวทั่วไปที่อาจมีน้ำหกบ้าง
– R11: เหมาะที่สุดสำหรับห้องน้ำโซนเปียก หรือพื้นที่ภายนอกที่มีโอกาสโดนฝนสูง
– R12-R13: สำหรับพื้นที่ที่ต้องการความกันลื่นเป็นพิเศษ เช่น ทางลาดชัน หรือบริเวณรอบสระว่ายน้ำ
ดังนั้นเวลา เลือกกระเบื้องห้องน้ำ ควรจะมองหาค่า R ที่เหมาะสมกับโซนที่จะใช้งานจริง โดยเฉพาะส่วนอาบน้ำที่ต้องเปียกเป็นประจำ ควรเลือก R11 ขึ้นไป เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในบ้าน
2. อัตราการดูดซึมน้ำ: ยิ่งน้อยยิ่งดี
กระเบื้องแต่ละชนิดมีคุณสมบัติการดูดซึมน้ำต่างกัน ยิ่งกระเบื้องดูดซึมน้ำน้อยเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทนทานต่อความชื้นและโอกาสที่จะเกิดเชื้อราดำฝังแน่นก็จะน้อยลงไปอีก นอกจากนี้ กระเบื้องที่ดูดซึมน้ำต่ำยังมีโอกาสแตกร้าวน้อยกว่าเมื่อเจอการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิบ่อยๆ เช่นเดียวกับในห้องน้ำ
– กระเบื้องเซรามิก: มีอัตราการดูดซึมน้ำปานกลาง เหมาะสำหรับผนังห้องน้ำ
– กระเบื้องพอร์ซเลน: มีอัตราการดูดซึมน้ำต่ำมาก (น้อยกว่า 0.5%) ทำให้มีความแข็งแรง ทนทาน และเหมาะสำหรับปูพื้นห้องน้ำทั้งส่วนแห้งและส่วนเปียก
– กระเบื้องแกรนิตโต้: เป็นอีกทางเลือกที่ดี มีคุณสมบัติคล้ายพอร์ซเลน คือดูดซึมน้ำต่ำและทนทาน
การเลือกกระเบื้องที่มีอัตราการดูดซึมน้ำต่ำกว่า 3% ถือเป็นเกณฑ์ที่ดีสำหรับพื้นห้องน้ำ เพื่อลดปัญหาน้ำซึมและช่วยยืดอายุการใช้งานของกระเบื้อง
3. ขนาดและลวดลาย: ไม่ใช่แค่สวย แต่ต้องใช้งานได้จริง
การเลือกลวดลายและขนาดของกระเบื้องก็มีผลต่อการใช้งานเช่นกัน
– กระเบื้องขนาดเล็ก: มีร่องยาแนวเยอะ ซึ่งร่องยาแนวเหล่านี้ช่วยเพิ่มแรงเสียดทาน ทำให้พื้นไม่ลื่นมากนัก แต่ก็มีข้อเสียคือทำความสะอาดยากกว่า และอาจมีคราบฝังแน่นตามร่องยาแนวได้ง่าย
– กระเบื้องขนาดใหญ่: ให้ความรู้สึกหรูหราทันสมัย และทำความสะอาดง่ายเพราะมีร่องยาแนวน้อย แต่ต้องมั่นใจว่ากระเบื้องมีค่า R สูงพอที่จะกันลื่นได้จริงๆ
สำหรับลวดลาย ควรเลือกลายที่ไม่เรียบมันวาวจนเกินไป ลายที่มีพื้นผิวสัมผัสเล็กน้อย (เช่น ลายหินธรรมชาติแบบด้าน หรือลายไม้ที่มี texture) จะช่วยเพิ่มความฝืดและลดโอกาสการลื่นได้ดีกว่ากระเบื้องผิวเรียบเงาทุกชนิด
สรุป
การเลือกกระเบื้องห้องน้ำไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่ต้องคำนึงถึงฟังก์ชันการใช้งานและความปลอดภัยเป็นหลัก การพิจารณาค่า R และอัตราการดูดซึมน้ำอย่างรอบคอบ จะช่วยให้คุณได้ห้องน้ำที่สวยงาม ปลอดภัย และใช้งานได้นานไร้กังวล
