ล้างเครื่องซักผ้าเอง: คืนความสะอาดให้เสื้อผ้า ไร้กลิ่นอับ
เครื่องซักผ้าที่ใช้ทุกวัน อาจเป็นแหล่งสะสมของคราบสกปรก เชื้อรา และแบคทีเรียโดยไม่รู้ตัว สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงทำให้ผ้าไม่สะอาด แต่ยังเป็นสาเหตุของกลิ่นอับที่ไม่พึงประสงค์อีกด้วย การล้างเครื่องซักผ้าอย่างสม่ำเสมอจึงสำคัญไม่แพ้การดูแลเสื้อผ้า วันนี้เราจะมาดูวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้เครื่องซักผ้าของคุณกลับมาสะอาดเหมือนใหม่ และเสื้อผ้าหอมสดชื่นอยู่เสมอ
ทำไมต้องล้างเครื่องซักผ้า?
หลายคนอาจคิดว่าเครื่องซักผ้าเป็นเครื่องที่ทำความสะอาดตัวเองอยู่แล้ว แต่ในความเป็นจริง คราบผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม เส้นใยผ้า และคราบสกปรกจากเสื้อผ้าจะสะสมตัวอยู่ตามส่วนต่างๆ ของเครื่อง โดยเฉพาะในถังซัก ยางขอบประตู (สำหรับฝาหน้า) และฟิลเตอร์ สิ่งเหล่านี้เมื่อรวมกับความชื้นจะกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อราและแบคทีเรียชั้นดี ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นอับติดผ้า และอาจส่งผลต่อสุขอนามัยของคนในบ้านได้
ล้างบ่อยแค่ไหนถึงจะพอดี?
ความถี่ในการล้างเครื่องซักผ้าขึ้นอยู่กับความถี่ในการใช้งานเป็นหลัก สำหรับการใช้งานทั่วไป ควรล้างทำความสะอาดถังซักอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และทำความสะอาดส่วนอื่นๆ เช่น ช่องใส่ผงซักฟอก ยางขอบประตู หรือฟิลเตอร์ ทุก 2-3 เดือน หากใช้งานหนัก หรือมีสมาชิกในบ้านหลายคน อาจพิจารณาเพิ่มความถี่เป็นทุก 2-3 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการสะสมของสิ่งสกปรกและกลิ่นอับ
วิธีล้างเครื่องซักผ้าด้วยตัวเอง
1. ล้างถังซัก (ฝาบนและฝาหน้า)
– ใช้น้ำส้มสายชู: เติมน้ำส้มสายชูกลั่นขาวประมาณ 2 ถ้วยตวงลงในช่องใส่ผงซักฟอก หรือเทลงในถังซักโดยตรง จากนั้นเดินเครื่องซักผ้าในโปรแกรมน้ำร้อน (ถ้ามี) หรือโปรแกรมล้างถังซัก (Tub Clean) จนจบรอบ น้ำส้มสายชูจะช่วยขจัดคราบหินปูน คราบสกปรก และฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
– ใช้เบกกิ้งโซดา: หลังจากใช้น้ำส้มสายชูแล้ว สามารถเติมเบกกิ้งโซดาประมาณครึ่งถ้วยลงในถังซัก และเดินเครื่องซักผ้าอีกครั้งในโปรแกรมล้างสั้นๆ เบกกิ้งโซดาจะช่วยดูดซับกลิ่นและเพิ่มความสะอาด
– ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องซักผ้าโดยเฉพาะ: มีผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องซักผ้าสำเร็จรูปวางขาย ซึ่งมักมีคุณสมบัติในการขจัดคราบและฆ่าเชื้อได้ดี ทำตามคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์ได้เลย
2. ทำความสะอาดยางขอบประตู (เครื่องซักผ้าฝาหน้า)
ยางขอบประตูเป็นจุดที่มักมีคราบสกปรก เชื้อรา และน้ำขังอยู่บ่อยๆ
– เช็ดด้วยน้ำส้มสายชู: ใช้ผ้าชุบน้ำส้มสายชูเช็ดทำความสะอาดตามร่องยางให้ทั่วถึง ใช้แปรงสีฟันเก่าช่วยขจัดคราบฝังแน่นได้
– เช็ดด้วยน้ำยาฟอกขาว: สำหรับคราบราดำที่ฝังลึก สามารถใช้ผ้าชุบน้ำยาฟอกขาวเจือจางเช็ด แล้วทิ้งไว้สักครู่ ก่อนจะเช็ดออกด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง ระวังอย่าให้น้ำยาฟอกขาวโดนส่วนอื่นๆ ของเครื่องซักผ้า
3. ทำความสะอาดช่องใส่ผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่ม
ถอดลิ้นชักออกมาล้างทำความสะอาดคราบผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่มที่เกาะอยู่ ใช้แปรงสีฟันเก่าขัดในซอกมุมให้สะอาด แล้วล้างด้วยน้ำเปล่าให้หมดจด ก่อนจะใส่กลับเข้าที่
4. ทำความสะอาดฟิลเตอร์ดักเศษผ้า/สิ่งแปลกปลอม
ฟิลเตอร์มักอยู่ด้านหน้าเครื่องซักผ้าฝาหน้า หรือด้านล่างของถังซักฝาบน (แล้วแต่รุ่น) เปิดฝาครอบออก ระบายน้ำที่ค้างอยู่ (ถ้ามี) แล้วดึงฟิลเตอร์ออกมาทำความสะอาดเศษผ้า เหรียญ หรือสิ่งสกปรกต่างๆ ที่ดักอยู่ คลิกอ่านต่อ หากไม่แน่ใจตำแหน่งหรือวิธีถอด ให้ปรึกษาคู่มือของเครื่องซักผ้า
ข้อควรรู้เพิ่มเติม
– เปิดฝาเครื่องทิ้งไว้หลังซัก: หลังใช้งานเสร็จ ควรเปิดฝาเครื่องทิ้งไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้อากาศถ่ายเท ลดความอับชื้น และป้องกันการเกิดเชื้อรา
– ใช้ผงซักฟอกในปริมาณที่เหมาะสม: การใช้ผงซักฟอกมากเกินไปไม่ได้ทำให้ผ้าสะอาดขึ้น แต่กลับทิ้งคราบตกค้างไว้ในเครื่องมากขึ้น
การดูแลเครื่องซักผ้าอย่างสม่ำเสมอเป็นเรื่องง่ายๆ ที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่อง และทำให้เสื้อผ้าของคุณสะอาดปราศจากกลิ่นอับอยู่เสมอ ลองทำตามวิธีเหล่านี้ดู แล้วคุณจะสัมผัสได้ถึงความแตกต่าง