ห้องนอนไร้หน้าต่าง ดับกลิ่นอับให้กลับมาสดชื่น

ห้องนอนไม่มีหน้าต่างเป็นเรื่องปกติในหลายคอนโด หรือบ้านที่มีพื้นที่จำกัด แต่ปัญหากลิ่นอับที่ตามมาก็ชวนหงุดหงิดไม่น้อย หลายคนคิดว่าต้องรื้อห้องทำใหม่ หรือซื้อเครื่องฟอกอากาศราคาแพงเท่านั้นถึงจะแก้ได้จริง แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีหลายวิธีที่ทำได้ง่ายกว่านั้น แถมยังเห็นผลจริง และประหยัดงบได้อีกด้วย

สาเหตุหลักของกลิ่นอับ: มาจากไหน?

ก่อนจะลงมือแก้ เราต้องรู้ก่อนว่ากลิ่นอับมาจากไหนเป็นหลัก เพื่อแก้ให้ตรงจุด

ความชื้นสะสม: นี่คือตัวการใหญ่ที่สุด ห้องที่ไม่มีหน้าต่างระบายอากาศ มักจะมีความชื้นสูง โดยเฉพาะในเมืองไทย การตากผ้าในห้อง หรือแม้แต่เหงื่อไคลจากร่างกาย ก็เพิ่มความชื้นได้ทั้งนั้น

อากาศไม่ถ่ายเท: ห้องที่ปิดทึบ ทำให้อากาศเก่าหมุนเวียนอยู่ข้างใน กลิ่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นจากเสื้อผ้าที่ใส่แล้ว กลิ่นอาหาร หรือกลิ่นจากวัสดุในห้อง ก็จะสะสมอยู่ตรงนั้น

แหล่งกำเนิดกลิ่น: พรม ผ้าม่าน ที่นอน ที่ไม่เคยทำความสะอาดอย่างจริงจัง ก็เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและกลิ่นอับได้ง่าย

วิธีแก้กลิ่นอับแบบประหยัดงบ (เริ่มต้น 99 บาท)

ไม่จำเป็นต้องใช้งบเยอะ ก็จัดการกลิ่นอับได้

1. เปิดประตูห้องทิ้งไว้บ้าง

วิธีที่ง่ายที่สุดและฟรี! แม้ห้องจะไม่มีหน้าต่าง แต่การเปิดประตูทิ้งไว้เมื่อไม่ได้อยู่ในห้อง อย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงต่อวัน ก็ช่วยให้อากาศภายนอกไหลเวียนเข้ามาได้บ้าง ลดความอับชื้น และช่วยไล่อากาศเก่าออกไปได้บ้างอย่างไม่น่าเชื่อ

2. ตัวช่วยดูดความชื้นและกลิ่น

ในงบหลักร้อย มีตัวช่วยหลายอย่างที่ให้ผลดี

ถ่านดูดกลิ่น: ถ่านไม้ไผ่ หรือถ่านที่ใช้สำหรับดูดกลิ่นโดยเฉพาะ ราคาไม่แพง แค่หลักสิบถึงร้อยต้นๆ วางไว้ตามมุมห้อง ใต้เตียง หรือในตู้เสื้อผ้า ถ่านมีคุณสมบัติดูดซับกลิ่นและสารพิษได้ดีเยี่ยม ควรนำไปผึ่งแดดจัดๆ เดือนละครั้ง เพื่อยืดอายุการใช้งาน

เบกกิ้งโซดา: โรยเบกกิ้งโซดาบางๆ บนพรม (ถ้ามี) หรือที่นอน ทิ้งไว้ประมาณ 15-30 นาที แล้วใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออก จะช่วยดูดซับกลิ่นอับได้ดีเยี่ยม แถมยังช่วยฆ่าเชื้อบางชนิดได้ด้วย

เจลดูดความชื้น: มีขายทั่วไปตามซูเปอร์มาร์เก็ต ราคาหลักสิบถึงร้อย มีประสิทธิภาพในการลดความชื้นในอากาศ เหมาะสำหรับห้องที่รู้สึกเหนอะหนะ หรือมีความชื้นสูงเป็นพิเศษ

ลงทุนเพิ่มอีกหน่อย เพื่ออากาศที่ดีขึ้น

ถ้าวิธีข้างต้นยังไม่พอ หรืออยากได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิม ลองพิจารณาลงทุนเพิ่มอีกนิด

1. พัดลมดูดอากาศขนาดเล็ก

สำหรับห้องที่ไม่มีหน้าต่างจริงๆ การติดตั้งพัดลมดูดอากาศขนาดเล็ก (แบบติดผนัง หรือแบบตั้งโต๊ะที่ปรับทิศทางลมได้) ช่วยสร้างการหมุนเวียนของอากาศได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้จะเป็นห้องที่ปิดทึบ การเปิดพัดลมดูดอากาศออกไปทางประตู หรือแม้แต่เปิดจ่อออกไปจากห้อง ก็ช่วยไล่อากาศอับออกไปได้ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ราคาเริ่มต้นประมาณ 500-1,500 บาท

2. เครื่องลดความชื้น

นี่คือฮีโร่สำหรับห้องที่ความชื้นสูงมากๆ เครื่องลดความชื้นจะช่วยดึงน้ำส่วนเกินออกจากอากาศ ทำให้ห้องแห้งสบายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อความชื้นลดลง กลิ่นอับก็จะลดลงตามไปด้วย ราคาเริ่มต้นประมาณ 2,000-5,000 บาท แนะนำให้เลือกขนาดที่เหมาะสมกับพื้นที่ห้อง และควรเปิดเมื่อไม่อยู่ในห้องเพื่อประหยัดพลังงาน และได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ไม่ว่าห้องนอนคุณจะไม่มีหน้าต่างแค่ไหน การแก้ปัญหากลิ่นอับไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แค่เลือกวิธีที่เหมาะสมกับงบประมาณและสาเหตุของกลิ่น เท่านี้ห้องนอนของคุณก็จะกลับมาสดชื่นน่าอยู่เหมือนเดิม สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและทางเลือกอื่นๆ สามารถ อ่านฉบับเต็มที่ TaladHouse เพื่อค้นหาผลิตภัณฑ์ที่ใช่สำหรับคุณได้เลย