เลือกกล่องเก็บของถูกวิธี ชีวิตแฮปปี้ ไม่ต้องรื้อให้เหนื่อย
เคยไหมที่คิดว่าซื้อกล่องเก็บของมาแล้วชีวิตจะดีขึ้น แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นว่าต้องรื้อของทั้งกองทุกครั้งที่อยากหยิบอะไรสักอย่าง? ผมเข้าใจเลย ปัญหาหลัก ๆ มาจากการเลือกใช้กล่องไม่ตรงกับความถี่ในการใช้งานจริง ๆ ครับ
การเลือกใช้กล่องเก็บของ ไม่ว่าจะเป็นแบบมีฝาหรือไม่มีฝา ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่มันคือการบริหารจัดการพื้นที่และเวลาในชีวิตประจำวันของเราให้มีประสิทธิภาพที่สุด มาดูกันว่าจากประสบการณ์จริงแล้ว เราควรจะเลือกกล่องแบบไหนให้ตอบโจทย์การใช้งานแต่ละแบบกันครับ
ของที่หยิบใช้บ่อย (อย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์)
สำหรับของใช้ที่หยิบบ่อย ๆ เช่น เครื่องปรุงรสในครัว, ของเล่นเด็กชิ้นโปรดที่ต้องเอาออกมาเล่นทุกวัน, หรืออุปกรณ์เครื่องเขียนที่ใช้ทำงานประจำวัน ผมแนะนำให้ใช้กล่องแบบไม่มีฝาครับ
– ข้อดี: เข้าถึงง่าย ไม่ต้องเสียเวลาเปิด-ปิดฝา ช่วยให้หยิบของได้เร็วและเก็บเข้าที่ได้ง่าย ลดความยุ่งยากในการใช้งานประจำวัน
– ข้อควรระวัง: เหมาะกับของที่ไม่ต้องการการป้องกันฝุ่นมากนัก หรืออยู่ในพื้นที่ที่ทำความสะอาดบ่อย ๆ เช่น บนโต๊ะทำงาน, ในลิ้นชัก, หรือบนเคาน์เตอร์ครัวที่ใช้งานตลอด
– ตัวอย่าง: กล่องใส่ช้อนส้อมในลิ้นชัก, กล่องใส่อุปกรณ์อาบน้ำบนชั้นในห้องน้ำ, ตะกร้าใส่ผลไม้บนโต๊ะอาหาร
ของที่หยิบใช้ปานกลาง (เดือนละครั้ง หรือไม่กี่ครั้งต่อปี)
ของประเภทนี้คือของที่ไม่ได้ใช้ทุกวันแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ใช้เลย เช่น ชุดผ้าปูที่นอนสำรอง, อุปกรณ์งานฝีมือ, หรือเอกสารสำคัญที่ต้องเก็บไว้แต่ไม่ได้หยิบดูบ่อย ๆ กล่องแบบมีฝาจะเหมาะสมที่สุดครับ
– ข้อดี: ช่วยป้องกันฝุ่นละออง ความชื้น และแมลงต่าง ๆ ได้ดีเยี่ยม ทำให้ของที่เก็บรักษาอยู่ในสภาพดีเสมอ ไม่ต้องกังวลเรื่องการปนเปื้อน
– ข้อควรระวัง: เลือกกล่องที่ฝาเปิด-ปิดง่าย ไม่ซับซ้อนเกินไป เพื่อให้หยิบใช้ได้สะดวกเมื่อถึงคราวจำเป็น
– ตัวอย่าง: กล่องเก็บเสื้อผ้านอกฤดู, กล่องเก็บอัลบั้มรูปถ่าย, หรือกล่องเก็บอุปกรณ์เครื่องมือช่างที่ไม่ได้ใช้งานทุกวัน
ของที่หยิบใช้นาน ๆ ครั้ง (ปีละครั้ง หรือน้อยกว่า)
สำหรับของที่เก็บไว้เป็นเวลานานมาก ๆ และไม่ค่อยได้หยิบมาใช้ เช่น ของที่ระลึก, เอกสารเก่าเก็บ, หรือของใช้ตามเทศกาล ผมแนะนำให้ใช้กล่องแบบมีฝาที่ปิดมิดชิดและอาจจะเลือกแบบที่ซ้อนกันได้ เพื่อประหยัดพื้นที่ครับ
– ข้อดี: ป้องกันของจากสภาพแวดล้อมได้ดีที่สุด เหมาะสำหรับการเก็บในห้องเก็บของ, ใต้เตียง, หรือในตู้เสื้อผ้าที่ไม่ได้เปิดบ่อย ๆ
– ข้อควรระวัง: ควรติดป้ายกำกับให้ชัดเจนว่าข้างในมีอะไร เพื่อประหยัดเวลาในการค้นหาเมื่อจำเป็นต้องใช้
– ตัวอย่าง: กล่องเก็บของตกแต่งคริสต์มาส, กล่องเก็บเอกสารสำคัญที่ไม่ได้ใช้แล้วแต่ต้องเก็บไว้ตามกฎหมาย, หรือกล่องเก็บของที่ระลึกจากทริปต่าง ๆ
เลือกวัสดุให้เหมาะสม
นอกจากเรื่องมีฝาหรือไม่มีฝาแล้ว วัสดุของกล่องก็สำคัญไม่แพ้กัน
– พลาสติก: ทนทาน ทำความสะอาดง่าย เหมาะกับของที่อาจมีคราบเปื้อน หรือต้องการความทนทานต่อความชื้น
– ผ้า/หวาย: ให้ความรู้สึกอบอุ่น สวยงาม เหมาะกับการจัดวางในพื้นที่ที่ต้องการความสวยงาม เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องนอน
– กระดาษแข็ง: ราคาไม่แพง ย่อยสลายง่าย เหมาะกับของน้ำหนักเบาและเก็บในที่แห้ง
การเลือกกล่องเก็บของให้ตรงกับการใช้งานจริงจะช่วยให้บ้านเป็นระเบียบ ชีวิตง่ายขึ้น และไม่ต้องเสียเวลาไปกับการรื้อค้นอีกต่อไป ลองนำแนวคิดนี้ไปปรับใช้กับการจัดระเบียบที่บ้านของคุณดูนะครับ สำหรับรายละเอียดเรื่อง กล่องเก็บของ มีฝา ไม่มีฝา เพิ่มเติม ลองอ่านดูได้ที่ TaladHouse ครับ