บิลค่าไฟพุ่ง ลองเช็คไฟรั่วในบ้านด้วยตัวเองก่อนเรียกช่าง
ช่วงนี้ค่าไฟแพงขึ้นผิดปกติรึเปล่า? บางทีอาจจะไม่ใช่แค่เรื่องอากาศร้อน หรือการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเยอะขึ้น แต่อาจมีสาเหตุมาจากไฟรั่วในบ้านก็เป็นได้ ซึ่งปัญหาไฟรั่วไม่ได้แค่ทำให้สิ้นเปลืองค่าไฟ แต่ยังอันตรายถึงชีวิตด้วย หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ ต้องเรียกช่างอย่างเดียว แต่จริงๆ แล้ว เราสามารถตรวจเช็คไฟรั่วเบื้องต้นได้เอง ก่อนที่จะบานปลายไปมากกว่านี้ครับ
สังเกตสัญญาณผิดปกติ
ก่อนจะลงมือตรวจเช็ค ลองสังเกตพฤติกรรมของไฟฟ้าในบ้านก่อนครับ
– มิเตอร์ไฟฟ้าหมุนเร็วเกินไป: ลองปิดสวิตช์เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกอย่างในบ้าน แล้วออกไปดูมิเตอร์ไฟฟ้า ถ้ามิเตอร์ยังคงหมุนอยู่ หรือหมุนเร็วกว่าปกติมาก ทั้งๆ ที่ไม่มีโหลด นั่นอาจเป็นสัญญาณของไฟรั่ว
– เบรกเกอร์ตัดบ่อย: โดยเฉพาะเบรกเกอร์ตัวเมน หากมีการทริปบ่อยๆ ทั้งที่ไม่ได้ใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังสูง นั่นอาจบ่งบอกถึงกระแสไฟรั่วลงดิน
– มีกลิ่นไหม้ หรือรอยไหม้: ตามเต้ารับ ปลั๊ก หรือสายไฟ หากพบร่องรอยเหล่านี้ ควรรีบตรวจสอบและแก้ไขทันที
– รู้สึกเหมือนโดนไฟดูดเล็กน้อย: เวลาสัมผัสเครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิด หรือแม้แต่โครงสร้างโลหะบางอย่างในบ้าน เช่น ประตู หน้าต่าง หากรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟอ่อนๆ แสดงว่าอาจมีไฟรั่ว
วิธีเช็คไฟรั่วเบื้องต้นด้วยตัวเอง
ถ้าพบสัญญาณผิดปกติ ลองทำตามขั้นตอนเหล่านี้เพื่อตรวจสอบไฟรั่วเบื้องต้น
1. เช็คด้วยเบรกเกอร์ย่อย
เริ่มจากปิดเบรกเกอร์เมนทั้งหมดในตู้ควบคุมไฟฟ้า จากนั้นเปิดเบรกเกอร์เมนขึ้นมาใหม่ทีละตัว (เบรกเกอร์ย่อยสำหรับแต่ละโซนหรือแต่ละวงจร) สังเกตว่าเมื่อเปิดเบรกเกอร์ตัวไหนแล้วมิเตอร์ไฟฟ้าเริ่มหมุนเร็วขึ้น หรือมีเบรกเกอร์ตัวใดตัวหนึ่งตัดทันที นั่นหมายความว่าไฟรั่วอาจจะอยู่ในวงจรนั้น
– เมื่อเจอวงจรที่สงสัย: ให้ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในวงจรนั้นออก แล้วลองเปิดเบรกเกอร์อีกครั้ง หากเบรกเกอร์ยังคงตัดอยู่ แสดงว่าปัญหาอาจอยู่ที่สายไฟหรืออุปกรณ์ติดตั้งถาวรในผนัง
– ถ้าเบรกเกอร์ไม่ตัด: ให้เสียบปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทีละชิ้นกลับเข้าไปใหม่ สังเกตว่าเมื่อเสียบปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นไหนแล้วเบรกเกอร์ตัด หรือมิเตอร์หมุนเร็วขึ้น นั่นคือต้นเหตุของปัญหา
2. ตรวจสอบสภาพสายไฟและเต้ารับด้วยสายตา
เดินสำรวจสายไฟตามจุดต่างๆ ในบ้าน โดยเฉพาะสายไฟที่เดินลอย หรือสายไฟของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้งานบ่อยๆ มองหาสายไฟที่มีฉนวนหุ้มชำรุด มีรอยแตก รอยไหม้ หรือรอยกัดแทะจากสัตว์ นอกจากนี้ การตรวจสอบเต้ารับและปลั๊ก ก็สำคัญ ไม่ควรมีรอยไหม้ หรือมีส่วนใดส่วนหนึ่งหลวมโยกเยกได้
3. ใช้ไขควงวัดไฟ (สำหรับผู้ที่มีความรู้เบื้องต้น)
สำหรับผู้ที่มีความรู้เรื่องไฟฟ้าและมีไขควงวัดไฟ สามารถใช้ทดสอบไฟรั่วตามจุดต่างๆ ได้ โดยเฉพาะบนโครงโลหะของเครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิดที่มีการต่อสายดิน เช่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า หรือโครงสร้างโลหะอื่นๆ หากไขควงวัดไฟสว่างขึ้น นั่นแปลว่ามีกระแสไฟรั่วไหลอยู่ ควรระมัดระวังเป็นพิเศษและหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรง
เมื่อไหร่ที่ต้องเรียกช่าง?
ถ้าลองตรวจสอบเบื้องต้นแล้วไม่พบสาเหตุ หรือพบว่าปัญหาเกิดจากสายไฟภายในผนัง ระบบสายดินไม่มีประสิทธิภาพ หรือเบรกเกอร์ตัดบ่อยจนผิดสังเกต นั่นคือสัญญาณว่าคุณควรเรียกช่างไฟฟ้ามืออาชีพมาตรวจสอบและแก้ไขให้ เพื่อความปลอดภัยและเพื่อประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้าในบ้านครับ
การตรวจเช็คไฟรั่วในบ้านไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอย่างที่คิด แค่ใส่ใจสังเกตและทำตามขั้นตอนง่ายๆ ก็ช่วยประหยัดค่าไฟและป้องกันอันตรายได้เยอะเลยครับ