แง้มฝาแอร์: อะไรทำเองได้ อะไรต้องเรียกช่าง

ช่วงอากาศร้อนจัด แอร์คือสิ่งจำเป็น แต่ใช้งานไปนานๆ ก็มีกลิ่นอับบ้าง เย็นน้อยลงบ้าง หลายคนอยากประหยัดค่าใช้จ่ายและลงมือดูแลเอง แต่คำถามคือ ทำอะไรได้แค่ไหน? วันนี้เราจะมาดูกันว่าส่วนไหนของแอร์ที่เจ้าของบ้านอย่างเราดูแลเองได้ และส่วนไหนที่ควรเป็นหน้าที่ของช่างมืออาชีพ

ส่วนไหนทำเองได้ ไม่ต้องรอช่าง

การล้างแอร์เบื้องต้นด้วยตัวเองเป็นวิธีที่ดีในการรักษาประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เข้าถึงง่ายและไม่ต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะทาง

-

ล้างแผ่นกรองอากาศ (Filter)

นี่คือจุดแรกและง่ายที่สุดที่ควรทำเป็นประจำ ทุก 2-4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับการใช้งาน แผ่นกรองทำหน้าที่ดักจับฝุ่นละออง สิ่งสกปรก และขนสัตว์ การปล่อยให้สกปรกจะทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้น เปลืองไฟ และเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค วิธีทำคือ เปิดฝาครอบแอร์ด้านหน้า ถอดแผ่นกรองออกมา ล้างด้วยน้ำเปล่า (อาจใช้แปรงขนอ่อนช่วยขัดเบาๆ) ตากให้แห้งสนิทก่อนใส่กลับคืน

-

ทำความสะอาดหน้ากากแอร์และช่องลม

ใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆ เช็ดทำความสะอาดฝุ่นละอองที่เกาะอยู่บริเวณหน้ากากแอร์และบานสวิง ช่องลมต่างๆ เพื่อไม่ให้ฝุ่นฟุ้งกระจายเข้ามาในห้อง การทำความสะอาดส่วนนี้เป็นประจำช่วยให้แอร์ดูสะอาดและลดการสะสมของฝุ่นได้ดี

-

ดูดฝุ่นรอบคอยล์เย็น

หลังจากถอดแผ่นกรองออกแล้ว คุณจะเห็นฟินคอยล์ (แผงครีบอลูมิเนียม) ที่อยู่ด้านใน ใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีหัวแปรงนุ่มๆ ดูดฝุ่นที่เกาะอยู่ตามซี่ฟินคอยล์เบาๆ ระวังอย่าให้ฟินงอ เพราะจะทำให้การระบายความร้อนลดลงและอาจทำให้ประสิทธิภาพการทำความเย็นลดลงด้วย

เมื่อไหร่ที่ต้องเรียกช่าง

แม้จะดูแลเองได้หลายส่วน แต่ก็มีบางจุดที่ซับซ้อนและต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะทาง รวมถึงความรู้ความเข้าใจเรื่องระบบทำความเย็น การพยายามทำเองอาจก่อให้เกิดความเสียหาย หรือเป็นอันตรายได้

-

ล้างคอยล์เย็นและคอยล์ร้อนแบบละเอียด

การล้างคอยล์เย็นด้านในอย่างละเอียด รวมถึงการฉีดล้างด้วยน้ำยาเคมี และการล้างคอยล์ร้อนที่อยู่นอกบ้าน ควรเป็นหน้าที่ของช่าง การล้างส่วนนี้ต้องมีการถอดชิ้นส่วนบางอย่าง และใช้น้ำยาเฉพาะทางเพื่อขจัดคราบเมือก เชื้อรา และสิ่งสกปรกที่เกาะแน่นอยู่ลึกๆ การล้างที่ไม่ถูกวิธีอาจทำให้แผงวงจรเสียหาย หรือน้ำไหลย้อนเข้าเครื่องได้

-

ตรวจสอบและเติมน้ำยาแอร์

หากแอร์ไม่เย็นฉ่ำเหมือนเดิม อาจเป็นไปได้ว่าน้ำยาแอร์พร่อง หรือมีจุดรั่วซึม การตรวจสอบและเติมน้ำยาแอร์ต้องใช้เกจวัดแรงดันและอุปกรณ์เฉพาะทาง ช่างผู้ชำนาญจะสามารถหาสาเหตุของการรั่วซึมและแก้ไขได้อย่างถูกต้อง

-

แอร์มีกลิ่นอับรุนแรง หรือมีเสียงผิดปกติ

ถ้าทำความสะอาดเบื้องต้นแล้วกลิ่นอับยังไม่หายไป หรือมีเสียงดังผิดปกติ เช่น เสียงกุกกัก เสียงน้ำหยด หรือเสียงคอมเพรสเซอร์ทำงานหนักผิดปกติ นี่เป็นสัญญาณว่าอาจมีปัญหาภายในระบบที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและแก้ไขโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ

ความถี่ในการล้างแอร์ที่เหมาะสม

โดยทั่วไปแล้ว ควรล้างแอร์ใหญ่ (โดยช่าง) ทุก 3-6 เดือน สำหรับการใช้งานปกติ หากใช้งานหนัก มีสัตว์เลี้ยง หรืออยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นเยอะ อาจจะต้องล้างบ่อยขึ้น แต่สำหรับส่วนที่ทำเองได้ เช่น การล้างแผ่นกรองอากาศ ควรทำทุก 2-4 สัปดาห์ เพื่อรักษาอากาศให้สะอาดและแอร์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับของใช้ในบ้านที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น คุณสามารถ คลิกอ่านต่อ ได้เลย

การดูแลแอร์เป็นประจำช่วยให้แอร์เย็นฉ่ำ ประหยัดไฟ และยืดอายุการใช้งาน การรู้ว่าส่วนไหนทำเองได้ และส่วนไหนควรพึ่งช่าง จะช่วยให้คุณดูแลบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย