กุญแจแบตหมด — ต้องลากรถหรือแก้ได้เอง
กุญแจรถแบตหมดเป็นสถานการณ์ที่หลายคนชอบแปลกใจ เหมือนถ้าแบตหมดก็ต้องไปอู่ใช่ไหม จริงแต่ว่าไม่ต้องเสมอไป บางครั้งเราแก้ได้เองในห้านาทีโดยไม่ต้องเรียกช่าง
กุญแจแบตหมดทำให้อะไรเสีย
เมื่อถ่านในกุญแจรีโมท (โดยทั่วไปแบบ CR2032 หรือ CR2025) หมดไป ปุ่มล็อกปลดล็อคจะตอบสนองช้าลงหรือไม่ตอบเลย บางรุ่นรถจะเปิดประตูไม่ได้เลย แต่ประเด็นสำคัญคือ กุญแจแบตหมดไม่ได้หมายความว่ากุญแจเสีย เพียงแค่ถ่านหมดเท่านั้น
วิธีสตาร์ทรถฉุกเฉิน
ถ้าแบตหมดและไม่มีเวลา ใช้วิธีนี้:
หาช่องกุญแจกลไก — ส่วนใหญ่ซ่อนอยู่ในตัวรีโมท หรือตรงที่มีรอยปะเก็น กด หรือเลื่อนให้ออกมา
ใช้กุญแจกลไกเปิดประตู — ใส่ลงในช่องสวิตช์ที่ประตูคนขับ หมุนไปทางขวาเพื่อปลดล็อก
เข้าไปในรถ — เมื่อประตูเปิด ปุ่มสตาร์ทรถยังทำงานปกติแม้แบตรีโมทหมด (ตราบที่แบตรถดีอยู่)
วิธีนี้ใช้ได้ 99% ของรถทั่วไป เพราะระบบสตาร์ทไม่ขึ้นอยู่กับรีโมท
เปลี่ยนถ่านกุญแจเองได้ง่าย
นี่คือวิธีที่ประหยัดที่สุด:
หาถ่าน CR2032 — ราคาประมาณ 20-50 บาท ขายตามร้านสะดวกซื้อ ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือ วิธีเลือกกุญแจรถแบตหมด บนเว็บอะไหล่รถก็มีขายถูก
เปิดตัวกุญแจ — ใช้เหรียญหรือไขควงแบน ดันตรงรอยแยกให้กุญแจแยกออก (ระวังอย่าแรงเกินจนหัก)
ดึงถ่านเก่า — ถ่านจะติดอยู่บนแผงวงจร เอาเหรียญดันจากด้านหลังเบา ๆ ถ่านจะลอยออกมา
ใส่ถ่านใหม่ — โลหะ (+) หงายขึ้นด้านบน กดลงจนได้ยินเสียง “คลิก”
ประกอบกลับ — คลิกตัวกุญแจสองส่วนเข้าด้วยกัน ทดสอบกดปุ่มสักครั้ง
ทั้งหมดใช้เวลาน้อยกว่า 3 นาที ไม่จำเป็นต้องมีความชำนาญพิเศษ
ของที่ควรเก็บไว้ในรถ
เพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์นี้ ให้เก็บไว้สักสองสามอย่าง: ถ่าน CR2032 สองสาม ก้อน หรือแม้แต่เหรียญ 1 บาท (ใช้สำหรับเปิด-ปิดตัวกุญแจ) ตัวไขควงแบนเล็ก นั่นคือพอแล้ว ตั้งแต่ครั้งแรก ปัญหาจะไม่เกิดซ้ำ
สรุป: กุญแจแบตหมดไม่ใช่วิกฤต คุณสามารถสตาร์ทรถด้วยกุญแจกลไกได้ ทั้งนี้เปลี่ยนถ่านเองจะช่วยยาวไป ลองดูครั้งหน้าเลย