เลือกชุดชาร์จ EV พกพา: 3.7kW หรือ 7kW ดีสำหรับบ้านคุณ?
สำหรับเจ้าของรถ EV ที่กำลังมองหาชุดชาร์จพกพา คงเคยเจอคำถามว่า ชุดชาร์จ EV พกพา 3.7kW หรือ 7kW แบบไหนที่เหมาะกับการใช้งานที่บ้านมากที่สุด ตัวเลข 7kW ฟังดูน่าสนใจเพราะชาร์จเร็วกว่า แต่ในทางปฏิบัติ อาจไม่ได้หมายความว่าคุณจะใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพเสมอไป บทความนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
1. กำลังไฟบ้านของคุณรองรับได้แค่ไหน?
นี่คือจุดสำคัญที่สุดที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม ชุดชาร์จ 7kW ต้องการกระแสไฟสูงถึง 32 แอมป์ (A) สำหรับระบบไฟ 220V เฟสเดียว ซึ่งหมายความว่าตู้เมนไฟฟ้าและสายไฟภายในบ้านของคุณต้องได้รับการติดตั้งให้รองรับกระแสไฟขนาดนี้ได้ หากคุณใช้มิเตอร์ไฟบ้านขนาด 15/45A ทั่วไป โอกาสที่จะใช้ 7kW ได้เต็มประสิทธิภาพนั้นค่อนข้างน้อย เพราะมิเตอร์อาจจะตัดเมื่อกระแสไฟเกิน หรือแย่กว่านั้นคือสายไฟภายในบ้านอาจจะร้อนเกินไปและเกิดอันตรายได้
– มิเตอร์ 15/45A (เฟสเดียว): กระแสไฟสูงสุดที่รองรับได้คือ 45A แต่การใช้งานจริงไม่ควรเกิน 80% ของมิเตอร์ ซึ่งก็คือประมาณ 36A หากคุณเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ ไปด้วย เช่น แอร์ ตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่น การชาร์จที่ 32A อาจทำให้เกิดปัญหาได้ง่าย
– มิเตอร์ 30/100A (เฟสเดียว) ขึ้นไป: เหมาะกับการใช้ชุดชาร์จ 7kW มากกว่า เพราะมีกำลังไฟสำรองเพียงพอ
ในทางกลับกัน ชุดชาร์จ 3.7kW ใช้กระแสไฟประมาณ 16A ซึ่งมิเตอร์ 15/45A สามารถรองรับได้สบาย ๆ และปลอดภัยกว่ามากสำหรับการใช้งานในบ้านทั่วไปที่ไม่ได้มีการอัปเกรดระบบไฟฟ้าเพิ่มเติม
2. ความเร็วในการชาร์จที่แท้จริง
แน่นอนว่า 7kW ชาร์จเร็วกว่า 3.7kW เกือบเท่าตัว แต่การจะใช้ความเร็วระดับนั้นได้ คุณต้องแน่ใจว่าทั้งรถของคุณรองรับ (ซึ่งรถ EV ส่วนใหญ่รองรับ) และระบบไฟฟ้าในบ้านของคุณก็พร้อม
– ชุดชาร์จ 3.7kW: ใช้เวลาชาร์จประมาณ 6-8 ชั่วโมงสำหรับแบตเตอรี่ 40-60 kWh (เช่น NETA V, MG ZS EV) ซึ่งเพียงพอสำหรับการชาร์จข้ามคืน หรือในเวลางานที่จอดรถทิ้งไว้ เหมาะสำหรับคนที่ใช้รถไม่เยอะมากในแต่ละวันและมีเวลาชาร์จค้างคืน
– ชุดชาร์จ 7kW: ใช้เวลาชาร์จประมาณ 3-4 ชั่วโมงสำหรับแบตเตอรี่ขนาดเดียวกัน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความยืดหยุ่นมากขึ้น หรือมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้น และต้องการชาร์จให้เต็มเร็วขึ้น
สิ่งสำคัญคือ อย่าลืมว่าการชาร์จจาก 0% ถึง 100% ไม่ใช่การใช้งานปกติ ส่วนใหญ่เราจะชาร์จจาก 20-30% ไปที่ 80% ซึ่งใช้เวลาไม่นานนัก ไม่ว่าจะเป็น 3.7kW หรือ 7kW
3. ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและอุปกรณ์
ราคาของชุดชาร์จ 7kW มักจะสูงกว่า 3.7kW อยู่พอสมควร นอกจากนี้ หากระบบไฟฟ้าในบ้านของคุณไม่รองรับ 7kW คุณอาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการอัปเกรดระบบไฟฟ้า เช่น เปลี่ยนมิเตอร์ไฟ เดินสายไฟใหม่ ติดตั้งเบรกเกอร์กันดูด (RCBO) ที่ทนกระแสไฟสูงขึ้น ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้อาจไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับความสะดวกที่ได้รับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
– ชุดชาร์จ 3.7kW: เสียบปลั๊กใช้งานได้เลย (แต่แนะนำให้ใช้ปลั๊กและสายไฟที่ได้มาตรฐาน) หรือติดตั้งเต้ารับเฉพาะ (EV Socket) เพื่อความปลอดภัย
– ชุดชาร์จ 7kW: ควรติดตั้งโดยช่างไฟฟ้ามืออาชีพ เพื่อตรวจสอบระบบและเดินสายไฟให้ถูกต้องตามมาตรฐาน
สรุป
ก่อนตัดสินใจซื้อชุดชาร์จ EV พกพา ไม่ว่าจะเป็น 3.7kW หรือ 7kW ควรพิจารณาจากกำลังไฟของมิเตอร์ไฟฟ้าที่บ้านเป็นอันดับแรก หากคุณใช้มิเตอร์ 15/45A และไม่ได้วางแผนจะอัปเกรดระบบไฟฟ้า ชุดชาร์จ 3.7kW ก็เพียงพอและปลอดภัยสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่หากคุณมีมิเตอร์ขนาดใหญ่กว่า หรือพร้อมที่จะลงทุนกับการอัปเกรดระบบไฟในบ้าน ชุดชาร์จ 7kW ก็จะมอบความเร็วในการชาร์จที่เหนือกว่าให้คุณได้